The 12 Foundations
ตอนไป Odd-e Gathering ที่ผ่านมา ทุกวันก็จะเป็น Open Space ที่พวกเราได้แบ่งปันความรู้กัน ทั้งเรื่องการโค้ชและการทำ Software หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จ เราก็ไปดื่มกันต่อที่บาร์ใต้โรงแรม แล้ว Terry Yin ก็ได้แบ่งปันเรื่อง The 12
ตอนไป Odd-e Gathering ที่ผ่านมา ทุกวันก็จะเป็น Open Space ที่พวกเราได้แบ่งปันความรู้กัน ทั้งเรื่องการโค้ชและการทำ Software หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จ เราก็ไปดื่มกันต่อที่บาร์ใต้โรงแรม แล้ว Terry Yin ก็ได้แบ่งปันเรื่อง The 12
ในองค์กรใหญ่ ๆ อะไร ๆ ก็ช้าลงไปหมด และสิ่งที่ช้าที่สุดคือการตัดสินใจนี่แหละครับ การตัดสินใจกระจายอยู่ในทุก ๆ อณูขององค์กร องค์กรที่มีบรรยากาศสบาย ๆ ทุกคนรู้สึกปลอดภัย ใคร ๆ ก็จะกล้าตัดสินใจและกล้าออกความเห็น แต่พอองค์กรใหญ่
ท้ายหนังสือ Slack: Getting Past Burnout, Busywork, and the Myth of Total Efficiency ของ Tom DeMarco ได้ให้เทคนิคใหม่ในการจัดการความเสี่ยงกับผม ทอมสอนว่าในการทำงานยุคปัจจุบัน งานมีความเสี่ยงกระจายอยู่เต็มไปหมด ซึ่งในความเสี่ยงนั้น เรามีโอกาสโชคดีและมีโอกาสโชคร้าย การจัดการความเสี่ยงเป็นสิ
ผมเดินทางกลับมาจาก Conference ของ Berkeley ที่ซานฟรานซิสโก เครื่องลงที่สนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 22:30 น. กว่าจะถึงบ้านก็เกือบเที่ยงคืน ยังดีที่ขากลับไม่เหนื่อยเท่าขาไป เพราะลองซื้อหมอนรองคอจาก Duty Free ที่ซานฟรานซิสโกมาใช้ดู หมอนเป็นลายการ์ตูน มีรูปสะพาน
อีกบทเรียนที่ผมได้จากหนังสือ Slack: Getting Past Burnout, Busywork, and the Myth of Total Efficiency ของ Tom DeMarco คือ ทำไมองค์กรใหญ่ ๆ ถึงยึดมั่นกับ Efficiency กันนัก Efficiency คืออะไร? Efficiency แปลว่า "ประสิทธิภาพ" ยกตัวอย่างเช่น
ปีนี้ที่อายุ 44 ผม Reflect ตัวเอง และพบว่าหลักการใช้ชีวิตของผมได้มาจากหนังสือ The Seven Habits of Highly Effective People เยอะมาก ใน Habit ทั้ง 7 นี้จะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ผมไปศึกษามา แล้วค่อย ๆ เติมเข้าไปเพื่อทำให้ Habit นั
บ่อยครั้งที่เราใช้ชีวิตราวกับกำลังรอคอยที่จะคอมไพล์ (Compile) โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่ซับซ้อนและรวมศูนย์เพียงชิ้นเดียว เราวางแผนสำหรับทศวรรษหน้าอย่างพิถีพิถัน เรายึดโยงความสุขไว้กับจุดหมายปลายทางอันไกลโพ้นและเลือนลางของความสำเร็จสูงสุด เราเขียนโค้ดทางความคิดไว้หลายพันบรรทั
ในโลกที่หมุนไปด้วยอัตราเร่งอย่างทุกวันนี้ หลายครั้งเรามักพบว่าตัวเองติดอยู่ท่ามกลางความสับสนยุ่งเหยิง ปัญหาบางอย่างในชีวิตไม่ได้มาในรูปแบบที่เรียบง่าย แต่กลับซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ เหมือนกล่องของขวัญใบยักษ์ที่พอเปิดเข้าไป ก็
อีกบทเรียนที่ผมได้จากหนังสือ Slack: Getting Past Burnout, Busywork, and the Myth of Total Efficiency ของ Tom DeMarco คือมุมมองใหม่สำหรับการเติบโตของบริษัท ตลอดมา ผมมักจะต่อต้านการแก้ปัญหางานไม่ทันด้วยการเพิ่มคน เพราะการเพิ่มคนเป็นกลยุทธ์ระดับองค์กร แต่งานไม่ทั
ในฐานะซอฟต์แวร์สถาปนิก เรามักถูกฝึกมาให้มองหาโครงสร้างที่ซ้ำซ้อนเพื่อปรับปรุงมันให้ดีขึ้น วินาทีที่เราเปิดเข้าไปเจอซอร์สโค้ดที่รกรุงรังเหมือนสปาเก็ตตี้ สัญชาตญาณแรกของเราคือการสแกนหา Pattern ความผิดพลาด หรือสิ่งที่เรียกว่า Code Smells จากนั้นเราจะเริ่มลงมื
ขอจดโน๊ตที่ไปเรียนวิชา Fundamental of Software Architecture กับพี่รูฟมาค่ะ นี่แค่ day1 555555+ คำว่า Architecture ไม่ได้เริ่มต้นจากโลกของซอฟต์แวร์ แต่มีรากมาจากโลกของการก่อสร้าง เมือง อาคาร และ civil engineering มายาวนานมาก ก่อนที่เราจะเอาคำนี้มาใช้กับ software architecture ในภายหลัง สิ
ลองจินตนาการถึงสถานการณ์ที่คุณกำลังเผชิญในโปรเจกต์ซอฟต์แวร์ปัจจุบัน: ทีมของคุณต้องการความเร็วเพื่อปล่อยฟีเจอร์ใหม่ให้ทันตลาด (Living Forward) แต่ในขณะเดียวกัน โค้ดเก่าที่เต็มไปด้วยหนี้ทางเทคนิค (Technical Debt) ก็กำลังฉุดรั้งให้ทุกอย่างช้
ลองนึกภาพร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าเก่าที่ขายดีมา 20 ปี วันดีคืนดีพี่มาวินมารีวิวลง TikTok แล้วลูกค้าทะลักเข้ามา 10 เท่า เตาเดิม หม้อเดิม พนักงานเท่าเดิม แต่ Order เพิ่มเป็น 10 เท่า หัวข้อ
ในโลกของการบริหารโปรเจกต์ซอฟต์แวร์ เรามักจะหลงรักแผนงานที่สวยงามบนหน้าจอ เราตื่นตาตื่นใจกับ Gantt Chart ที่ลากเส้นต่อกันอย่างเป็นระเบียบ และเรามักจะทึกทักเอาเองว่า ถ้าเรามีจุดเริ่มต้นที่ดี มีทีมงานที่มีความเร็ว (Velocity) และมีระยะเวลาที่กำหนดไว้ ทุกอย่างจะเดินไปถึงเป้
ในโลกของการเขียนโปรแกรม มันจะมีคำว่า imperative กับ declarative มันคืออะไรแล้วมันทำให้การเขียนโปรแกรมของเราเปลี่ยนไปยังไง มาลองถอดบทเรียนกัน เริ่มจากแปลตรงๆ * Imperative (How): ต้องสั่งทีละขั้นตอนว่าต้องทำอย่างไร (เหมือนการบอกทางแบบละเอียด: เลี้ยวซ้าย 100 เมตร, เลี้ยวขวา...) * Declarative (What): บอกแค่ว่าผลลัพธ์
human resource
ในปี 2546 นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ที่เรียนอยู่ที่ศูนย์รังสิตมาตลอดแบบผม ได้มีโอกาสเข้าเมืองไปเรียนที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เป็นครั้งแรก นอกจากจะตื่นตาตื่นใจกับของอร่อยมากมายรอบมหาวิทยาลัยแล้ว บรรยากาศที่ศูนย์ท่าพระจันทร์มันมีมนต์ขลังแปลก ๆ ตัวผมได้
ในฐานะโปรแกรมเมอร์ เรามักหมกมุ่นอยู่กับการเปลี่ยนแปลง (Mutation) เราสนใจว่า State จะไหลจาก A ไป B อย่างไร แต่เรามักลืมตั้งคำถามที่สำคัญที่สุดคำถามหนึ่ง: “ก่อนที่สิ่งนี้จะกลายเป็นสิ่งนั้น… มัน ‘เป็น’ อะไรมาก่อน?” นี่ไม่ใช่แค่คำถามเชิงตรรกะ แต่มันคื
Specification
บ่อยครั้งที่ผมได้ยินน้อง ๆ ออดส์ทีม (ODT) เล่าว่า งานที่ทำอยู่ไม่ท้าทายเลย เพราะเพียงได้รับ Specification มาจาก System Analyst (SA) หรือ Tech Lead ที่เป็นพนักงาน แล้วน้องก็มีหน้าที่เขียนโค้ดตามนั้นไปอย่างเดียว บ่อยครั้งที่น้องเห็นวิธีการที่ดีกว่าในการแก้ปัญหานี้ แต่พอเสนอไอเดียไปก็ไม่ได้รับการรับฟัง
ในโลกของ Rust “ความอิสระ” เป็นเพียงภาพลวงตา เพราะทุกการขยับเขยื้อนของข้อมูลล้วนมีพันธนาการที่เรียกว่า Ownership กำกับอยู่เสมอ หากเราเปรียบฟังก์ชันทั่วไปเป็นเหมือนคนแปลกหน้าที่เดินผ่านมาแล้วจากไป Closures ก็คงเป็นเหมือน “เงา” ที่ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว แต่มั
QA Knowledge Series 5 นาทีกับบทความนี้ จะเปลี่ยนวิธีเขียน test document ของคุณไปตลอดกาล — เพราะ QA หลายคนเขียน Test Case ได้คล่อง แต่พอถามว่า Test Scenario คืออะไร ก็ตอบว่า "เหมือนกันนั่นแหละ" ถ้าคุณเคยถูกถามว่า "Test Scenario กั
ในโลกของการเขียนซอฟต์แวร์ เรามักจะติดอยู่กับคำถามที่ว่า “วัตถุนี้คืออะไร?” และคำตอบส่วนใหญ่มักจะหนีไม่พ้นการมองหา “สายเลือด” หรือ Hierarchy ของมัน แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนมุมมองจากการถามว่ามัน คือใคร มาเป็นการถามว่ามัน ทำอะไรได้ เราอาจจะพบทางออกของระบบที่ยืดหยุ่นและเป็นอิสระมากกว่าเดิ
ในมหานครที่ฉาบด้วยแสงนีออนและความโกลาหลของข้อมูล เหล่าโปรแกรมเมอร์มักจะติดอยู่ในวงจรของการพยายามควบคุมสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เราภาวนาให้ Network ไม่ล่ม เราอ้อนวอนให้ User ใส่ Input ที่ถูกต้อง และเราเจ็บปวดเมื่อระบบ panic! พังทลายลงต่อหน้า แต่นักคิดสโตอิก (Stoic) เมื่อสองพันปีก่อนไม่
ในโลกของการเขียนโปรแกรม เรามักมองว่าภาษาเป็นเพียงเครื่องมือ (Tooling) แต่สำหรับผู้ที่คลุกคลีกับภาษา Rust จะรู้ดีว่าภาษานี้มี “ปรัชญา” บางอย่างที่ฝังรากลึกอยู่ภายใต้ไวยากรณ์ที่เคร่งครัด โดยเฉพาะเรื่องการจัดการหน่วยความจำที่ไม่ได้มองว่าเป็นแค่เรื่องทางเทคนิค แต่
ในระเบียบอันเคร่งครัดของ Rust… การเป็นเจ้าของ (Ownership) คือพันธนาการ ข้อมูลทุกชุดต้องมีนายทาสที่คอยควบคุม และเมื่อสิ้นสุดอำนาจ ทุกอย่างจะถูกทำลายทิ้งอย่างไร้ความเมตตา แต่นี่คือความจริงที่โปรแกรมเมอร์ส่วนใหญ่หวาดกลัว: การครอบครองคือภาระ และยิ่งคุณถือครองมากเท่าไหร่