Automation Without Budget: When QA Stops Waiting and Starts Leading

Share
Automation Without Budget: When QA Stops Waiting and Starts Leading
Automation ไม่ได้เริ่มจาก budget
แต่มันเริ่มจาก ‘ความเจ็บ’ ที่ทีมทนไม่ไหวอีกต่อไป”

ลองถามทีมคุณตรงๆ:

  • regression ใช้กี่วัน?
  • ก่อน release ต้องใช้คนกี่คน?
  • bug หลุด production กี่ครั้ง?

แล้วลองมองภาพนี้:

ทีมใช้เวลา 3 วันเพื่อ regression
สำหรับ feature ที่ dev ใช้เวลาแค่ 1 วัน

นี่ไม่ใช่เรื่องของ testing แล้ว

นี่คือ “business inefficiency”


Build Without Asking

นี่คือสิ่งที่ QA ทำ:

  • ไม่ขอ budget
  • ไม่ต้องมี approval

แต่ทำแบบนี้:

เลือก 1 Critical Flow

เช่น:

  • login
  • payment
  • core business flow

เขียน Automation แบบ “ใช้ได้จริง”

  • รันก่อน release
  • ใช้แทน regression บางส่วน
  • เน้น stability > coverage

Rule สำคัญ:

“สิ่งที่คุณทำ ต้องลดงานทีมได้ทันที”

ไม่ใช่ demo

ไม่ใช่ POC

แต่ต้อง “ช่วยชีวิตทีม”


จุดเปลี่ยนจะเกิดเมื่อ:

  • ทีมกำลัง regression manual
  • automation ของคุณรันใน 30 นาที
  • และ…เจอ bug ที่กำลังจะหลุด production

แล้วคุณพูดแค่นี้:

“Test นี้จับ bug ตัวนี้ได้ใน 20 นาที ถ้าไม่มีมัน…หลุด production แน่นอน”

ณ จุดนั้น คุณไม่ต้องขาย automation อีกต่อไป มันขายตัวมันเอง


หยุดพูดแบบนี้:

  • “เราใช้ Playwright แล้ว”
  • “coverage เพิ่มขึ้น”

แล้วเปลี่ยนเป็น:

  • “ลด regression จาก 3 วัน → 3 ชั่วโมง”
  • “ลด production risk”
  • “release ได้เร็วขึ้น”
Business ไม่ได้ซื้อ automation เขาซื้อ “ความมั่นใจในการ release”

นี่คือจุดที่หลายทีมพลาด

แม้คุณจะเริ่ม automation ได้

แต่ถ้าไม่มี foundation:

  • test จะซ้ำซ้อน
  • coverage จะไม่ตรง risk
  • maintenance จะพังเร็ว

Automation ที่ดีต้องมาจาก:

  • test design ที่ดี
  • เข้าใจ system จริง
  • รู้ว่า regression อะไร “ต้องล็อก”

Why Most Automation Fails

  • เริ่มจาก tool แทนที่จะเป็น pain
  • ทำเป็น project ใหญ่เกินไป
  • ไม่มี test design thinking

Final Thought

Automation ไม่ใช่สิ่งที่ต้อง “ขออนุมัติ” แต่มันคือ
สิ่งที่ QA ต้อง “สร้างให้เกิด” จนองค์กร “ขาดมันไม่ได้”

“เราไม่ได้เริ่ม automation เพราะมี budget
แต่เราเริ่มเพราะ regression มันแพงเกินไปแล้ว”

Read more

Accepted Responsibility

Accepted Responsibility

ช่วงนี้ผมกำลังอ่านหนังสือ Extreme Programming Explained ของ Kent Beck แล้วก็ได้เจอหัวข้อหนึ่งที่กระทบใจ คือ principle ที่เรียกว่า Accepted Responsibility Principle คืออะไร? ในหนังสืออธิบายว่า Principle คือหลักการที่ทำให้ Values ของ XP กลายเป็น Practices ได้

By Chokchai Phatharamalai
The Five Ideals

The Five Ideals

จากหนังสือ The Unicorn Project ในนั้นจะมีที่ปรึกษาเก่ง ๆ คนหนึ่งชื่อ Erik เป็นเหมือนเซ็นเซหาตัวยาก เดี๋ยวก็มา เดี๋ยวก็ไป ถ้าโชคดีก็จะเจอเค้าว่าง แล้วเค้าก็จะสอนอะไรที่สำคัญ ๆ แต่ฟังดูล้ำ ๆ และลึกซึ้ง

By Chokchai Phatharamalai
Communication, Reliability and Modern concepts - System Design, Simply Explained

Communication, Reliability and Modern concepts - System Design, Simply Explained

บทความนี้จะอธิบายพื้นฐานของ System Design โดยต่อยอดจากตัวอย่าง Gym Application เพื่อให้เห็นภาพว่า เมื่อระบบเริ่มเติบโตและถูกแยกออกเป็นหลาย Service แต่ละ Service จะสื่อสารและทำงานร่วมกันอย่างไร งานแบบไหนควรสื่อสารแบบ Synchronous งานแบบไหนควรประมวลผลแบบ Asynchronous รวมถึงอธิบาย Concept พื้นฐานต่าง ๆ ที่ควรรู้ เช่น API

By Boonsong Srithong
Race condition

Race condition

ผมกำลังอ่านหนังสือ The Unicorn Project ซึ่งเป็นนิยายเกี่ยวกับ developer สาวคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตในองค์กรท่ามกลางกระแส digital disruption อ่านแล้วสนุกมาก เป็นเรื่องที่ตื่นเต้น และหลาย ๆ dynamic ที่เกิดขึ้นก็คล้ายกับที่ผมพบเจอในบริษัทซอฟต์แวร์ เลยทำให้

By Chokchai Phatharamalai