Higher Order Function ใน Go

Share
Higher Order Function ใน Go

ในภาษา Go การเขียน Higher-Order Functions (HOF) เริ่มมีความน่าสนใจและใช้งานได้กว้างขวางขึ้นมากหลังจากที่มี Generics (Go 1.18+) เข้ามา เพราะเราไม่ต้องเขียนฟังก์ชันแยกสำหรับทุก Type อีกต่อไป

Higher-Order Functions ใน Go: ยกระดับโค้ดให้ยืดหยุ่นด้วย Generics

ในภาษา Go ฟังก์ชันถือเป็น "First-class citizen" หมายความว่าเราสามารถเก็บฟังก์ชันไว้ในตัวแปร, ส่งเข้าไปในฟังก์ชันอื่น หรือคืนค่าฟังก์ชันออกมาได้ รูปแบบนี้เรียกว่า Higher-Order Functions (HOF) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเขียนโค้ดที่ประกอบร่างได้ (Composable) และทดสอบง่าย (Testable) เรามาดูกันว่าเราสามารถทำ HOF ได้กี่แบบ

ตัวอย่างที่ 1: ฟังก์ชั่นที่รับฟังก์ชั่น

func Apply[T any](f func(T) T, x T) T {
  return f(x)
}

func pure(x int) int {
  return x * 2
}

func TestApply() {
  result := Apply(pure, 5)
  println(result) // Output: 10
}

ตรงนี้มีเรื่องน่าสนใจคือ เราสามารถเอาฟังก์ชั่นไปใส่ไว้ในตัวแปรไว้ก่อนได้ไหมแล้วค่อยส่งไปใน function ที่รับ function

ตัวอย่างที่ 2: ตัวแปรที่เป็นฟังก์ชั่น


func TestApply() {
  double :=  func (x int) int {
    return x * 2
  }
  
  result := Apply(double, 5)
  println(result)
}

ถึงตรงนี้เราเริ่มเห็นอะไรน่าสนุกละ

ตัวอย่างที่ 3 ฟังก์ชั่นที่รับฟังก์ชั่นเข้ามาแล้ว return ฟังก์ชั่นกลับออกไป

// Example 2: A higher-order function that returns a function
func Compose[T any](f, g func(T) T) func(T) T {
	return func(x T) T {
		fmt.Println("Composing functions!!!")
		return f(g(x))
	}
}

func TestCompose() {
	double := func(x int) int {
		fmt.Println("Doubling!!!")
		return x * 2
	}
	increment := func(x int) int {
		fmt.Println("Incrementing!!!")
		return x + 1
	}
	composed := Compose(double, increment)
	result := composed
	fmt.Println(result)// 0xa6210
	fmt.Println(result(5))//Output: 12 (double(increment(5)) = double(6) = 12)
}

สำหรับผมจุดนี้เป็นจุดที่น่าสนใจและเป็นจุดเชื่อมที่สำคัญมาก เราจะเห็นว่า composed เป็นตัวแปรที่มี type เป็น function และใน function ทั้งสองตัวมี effect ที่ถูกทดเอาไว้แต่ยังไม่ทำงานจนกว่าจะจะสั่งให้มันทำงาน !!!!!! และก่อนนั้นเราสามารถ reassign มันไปมาได้ เราจะใช้สิ่งนี้สร้างของที่ ทรงพลังมากในการคิดแบบ functional (ตอนถัดๆไป)

Read more

เร็วแค่ไหนก็ไร้ค่า ถ้าไปผิดทาง

เร็วแค่ไหนก็ไร้ค่า ถ้าไปผิดทาง

อีกบทเรียนที่ผมได้จากหนังสือ Slack: Getting Past Burnout, Busywork, and the Myth of Total Efficiency ของ Tom DeMarco คือ ทำไมองค์กรใหญ่ ๆ ถึงยึดมั่นกับ Efficiency กันนัก Efficiency คืออะไร? Efficiency แปลว่า "ประสิทธิภาพ" ยกตัวอย่างเช่น

By Chokchai Phatharamalai
กฎของจั๊วะ

กฎของจั๊วะ

ปีนี้ที่อายุ 44 ผม Reflect ตัวเอง และพบว่าหลักการใช้ชีวิตของผมได้มาจากหนังสือ The Seven Habits of Highly Effective People เยอะมาก ใน Habit ทั้ง 7 นี้จะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ผมไปศึกษามา แล้วค่อย ๆ เติมเข้าไปเพื่อทำให้ Habit นั

By Chokchai Phatharamalai
วงจรชีวิตในมุมมอง Existentialism และศิลปะแห่งการล้มเหลวในราคาถูก

วงจรชีวิตในมุมมอง Existentialism และศิลปะแห่งการล้มเหลวในราคาถูก

บ่อยครั้งที่เราใช้ชีวิตราวกับกำลังรอคอยที่จะคอมไพล์ (Compile) โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่ซับซ้อนและรวมศูนย์เพียงชิ้นเดียว เราวางแผนสำหรับทศวรรษหน้าอย่างพิถีพิถัน เรายึดโยงความสุขไว้กับจุดหมายปลายทางอันไกลโพ้นและเลือนลางของความสำเร็จสูงสุด เราเขียนโค้ดทางความคิดไว้หลายพันบรรทั

By Santi
วนเวียนแต่ไม่วนลูป: เมื่อชีวิตคือฟังก์ชัน Recursion และการเดินทางสู่พื้นที่ปลอดภัย

วนเวียนแต่ไม่วนลูป: เมื่อชีวิตคือฟังก์ชัน Recursion และการเดินทางสู่พื้นที่ปลอดภัย

ในโลกที่หมุนไปด้วยอัตราเร่งอย่างทุกวันนี้ หลายครั้งเรามักพบว่าตัวเองติดอยู่ท่ามกลางความสับสนยุ่งเหยิง ปัญหาบางอย่างในชีวิตไม่ได้มาในรูปแบบที่เรียบง่าย แต่กลับซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ เหมือนกล่องของขวัญใบยักษ์ที่พอเปิดเข้าไป ก็

By Santi