สกรัมมาสเตอร์ observe polarity

polarity คืออะไร? สิ่งหนึ่งที่ผมในฐานะสกรัมมาสเตอร์จะ observe คือ polarity polarity คือขั้วตรงข้าม ดุจ แสงและเงา, centralized และ decentralized, creative และ control, competitive และ collaborative ทุกขั้วมีโอกาสจะเป็นทั้งข้อดีและเสีย อะไรที่มากเกินไปจะไม่ยั่งยืน การ observe polarity เหมือนมองลูกต

Share
สกรัมมาสเตอร์ observe polarity

polarity คืออะไร?

สิ่งหนึ่งที่ผมในฐานะสกรัมมาสเตอร์จะ observe คือ polarity

polarity คือขั้วตรงข้าม ดุจ แสงและเงา, centralized และ decentralized, creative และ control, competitive และ collaborative ทุกขั้วมีโอกาสจะเป็นทั้งข้อดีและเสีย อะไรที่มากเกินไปจะไม่ยั่งยืน

การ observe polarity เหมือนมองลูกตุ้ม คือ มององค์กรแกว่งไปทาง creative คือเปิดสิทธิ์ทุกอย่าง ให้ใครแก้อะไรตรงไหนเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วพอมี fraud เกิดขึ้น ก็แกว่งกลับมา control ทุกยิ่ง ปิดสิทธิ์ให้หมด จนทุกคนขยับตัวทำงานไม่ได้เลย จน time to market เสียเยอะเกินก็แกว่งกลับไป creative ใหม่

ธรรมชาติของ polarity ไม่ใข่ปัญหา แก้ไขไม่ได้ ได้แค่บริหารมัน เพราะสิ่งที่เป็นธรรมชาติจะยั่งยืน และการเลือกเอาแต่แสง หรือเอาแต่เงา มันผิดธรรมชาติ

สกรัมมาสเตอร์ช่วยองค์กรได้ไหม ไม่ให้แตกแยกเป็นสองฝ่าย ฝ่าย creative ฝ่าย control และทะเลาะกัน แบ่งปันให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกันได้ไหมว่ามันเป็นธรรมชาติที่จะต้องมีทั้งสองขั้วนะ และให้เห็นข้อดีและข้อเสียทั้งสองด้าน เพื่อให้ผู้คนในองค์กรสร้างสรรค์วิธีการอยู่ร่วมกันเพื่อให้ได้คุณค่าสูงสุดในบริบทนั้น ๆ

ขั้วหลัก 2 แกน

ขั้วหลัก ๆ สองแกนที่ผมรู้จักคือ แกน king / jester (หรือแกน หมีกับนก) ด้านหนึ่งเน้นมั่นคง อีกด้านเน้นยืดหยุ่น อีกแกนคือแกน lover / warrior (หรือแกน กวางกับกระทิง) ด้านหนึ่งเน้นดูแลผู้คน อีกด้านดูแลผลลัพธ์ของงาน

และถ้าเราจะแบ่งให้แยกย่อยกว่านี้อีก เราอาจจะเจอการแบ่ง 4 เป็น 8 หรือแบ่งจาก 8 เป็น 16 เช่น MBTI เรามักจะสังเกตว่าของพวกนี้หาร 4 ลงตัว

ผมเคยอธิบายความแตกต่างแกน king queen กับ jester ไว้ในบทความ “ระเบียบ และ อิสรภาพ”

วันนี้ได้กลับมาอ่านเรื่องนี้ เลยอยากเอามาแบ่งปันกับทุกคน เผื่อจะเป็นประโยชน์ครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ระเบียบ และ อิสรภาพ
พวกเราได้รับภาพนี้มาจากผู้มีพระคุณท่านหนึ่ง เธอแบ่งปันแรงบันดาลใจของภาพนี้ให้ผมทราบว่า ขวดแก้ว จากมุมของผู้ปกครองเป็นเหมือนกรอบที่วางเอาไว้เพื่อปกป้องหมีน้อยจากภยันตรายต่าง ๆ ภายนอก ขณะที่จากมุมของหมีน้อยมันเป็นเหมือนกรงขังไม่ให้เค้าออกไปโลดเล่นเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ผมมองอิสรภาพและระเบี

Read more

เริ่มต้นกับ Functional Programming

เริ่มต้นกับ Functional Programming

ก่อนหน้านี้ผมเจอโพสต์หนึ่งถามว่า สำหรับคนที่เคยใช้แต่ OOP จะเริ่มต้นกับ Functional Programming ควรเริ่มยังไงดี ผมชอบคำตอบที่ตัวเองตอบไป เลยอยากเอามาจดเก็บไว้ ฝันร้ายของโปรแกรมเมอร์ ก่อนจะเข้าไปใน programming แต่ละ paradigm ผมอยากเริ่มต้นที่ปัญหาก่อน หนึ่งในปัญหาที่หลอกหลอนโปรแกรมเมอร์มากที่สุด คื

By Chokchai Phatharamalai
Values ของ Framework ต่าง ๆ

Values ของ Framework ต่าง ๆ

ผมหาคุณค่า (Values) ของผมเจอจากการสังเกตความต้องการที่มักจะมาหาผมบ่อย ๆ ทั้งตอนที่มันได้รับการตอบสนองและทำให้ผมรู้สึกดีมาก ๆ รวมถึงตอนที่มันไม่ได้รับการตอบสนองและทำให้ผมปั่นป่วนมาก ๆ พอความต้องการไหนมาเคาะประตูใจผมบ่อย ๆ ผมก็เริ่มพิจารณาว่าความต้องการนี้แหละที่เป็น Value หนึ่งสำหรั

By Chokchai Phatharamalai
Accepted Responsibility

Accepted Responsibility

ช่วงนี้ผมกำลังอ่านหนังสือ Extreme Programming Explained ของ Kent Beck แล้วก็ได้เจอหัวข้อหนึ่งที่กระทบใจ คือ principle ที่เรียกว่า Accepted Responsibility Principle คืออะไร? ในหนังสืออธิบายว่า Principle คือหลักการที่ทำให้ Values ของ XP กลายเป็น Practices ได้

By Chokchai Phatharamalai
The Five Ideals

The Five Ideals

จากหนังสือ The Unicorn Project ในนั้นจะมีที่ปรึกษาเก่ง ๆ คนหนึ่งชื่อ Erik เป็นเหมือนเซ็นเซหาตัวยาก เดี๋ยวก็มา เดี๋ยวก็ไป ถ้าโชคดีก็จะเจอเค้าว่าง แล้วเค้าก็จะสอนอะไรที่สำคัญ ๆ แต่ฟังดูล้ำ ๆ และลึกซึ้ง

By Chokchai Phatharamalai