สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

ท้ายหนังสือ Teamwork is an Individual Skill ของ Christopher Avery ได้กล่าวถึงสมการของสุดยอดทีมไว้ดังนี้ครับ Extraordinary Collaboration = Exchange + Expansion + Integrity ผมใช้เวลาอ่านตรงนี้ และอีก 3 บทที่ขยายความเรื่อง Exchange, Expansion และ Integrity อยู่เกือบ 2 สัปดาห์กว่าจะพอเข้าใจมันอย่างถ่อ

Share
สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

ท้ายหนังสือ Teamwork is an Individual Skill ของ Christopher Avery ได้กล่าวถึงสมการของสุดยอดทีมไว้ดังนี้ครับ

Extraordinary Collaboration = Exchange + Expansion + Integrity

ผมใช้เวลาอ่านตรงนี้ และอีก 3 บทที่ขยายความเรื่อง Exchange, Expansion และ Integrity อยู่เกือบ 2 สัปดาห์กว่าจะพอเข้าใจมันอย่างถ่องแท้

1. Exchange (การแลกเปลี่ยน)

Exchange หมายถึงการแลกเปลี่ยนพูดคุย ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภทย่อย:

  • Transactional Exchange: คุยเรื่องเนื้องาน
  • Relational Exchange: คุย "เจ๊าะแจ๊ะ" เพื่อสานสัมพันธ์

การเล่นมุกเปรียบเหมือน Connection Request ส่วนการตบมุกก็เป็น Connection Response การแลกเปลี่ยนเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้จะค่อย ๆ เติมเต็มความสัมพันธ์ไปเรื่อย ๆ สายสัมพันธ์เหล่านี้จะเป็น "ช่องทาง" ที่เปิดทิ้งไว้ ในวันที่ความไม่ไว้ใจเกิดขึ้น ถ้าเราเตรียมช่องทางนี้ไว้ เราก็จะกล้าหันหน้ามาคุยกัน แต่ถ้าไม่เคยเตรียมไว้เลย การจะเอาความเชื่อใจกลับมานั้นทำได้ยากมาก

เพื่อนร่วมงานที่ถามคำตอบคำ หรือคุยกันแค่เรื่องงาน (Transactional) เท่านั้น เราจะไม่อยากสานสัมพันธ์ด้วย และความร่วมมือนั้นจะไม่มีทางไปถึงจุดที่ "ยอดเยี่ยม" ได้เลย

2. Expansion (การขยาย)

คือการขยายเป้าหมายให้ไกลและยิ่งใหญ่ขึ้น เพราะคนที่มีพื้นฐานและคุณค่า (Value) ที่แตกต่างกัน จะมารวมตัวกันเพื่อบรรลุเป้าหมายบางอย่างได้นั้น "เป้าหมาย" ต้องจูงใจพอที่จะทำให้เขายอมทนอยู่กับความต่างได้

ในความต่างมักมีความตึงเครียด แม้ว่าเราจะรับฟังและเคารพประสบการณ์ของกันและกันจนนำไปสู่การเติบโตได้ แต่ในวันที่ ทรัพยากร ขัดสน เช่น เวลาไม่พอหรืองบประมาณจำกัด ความตึงเครียดจะสูงมาก ไม่มีใครอยากอยู่ในสภาวะนั้นตลอดหรอกครับ ถ้าเป้าหมายนั้น "ไม่มีความหมายกับฉันมากพอ"

3. Integrity (ความซื่อตรง/ความคงรูป)

Christopher อ้างอิงนิยามของ Integrity จากด้านวิศวกรรมโครงสร้าง (Structural Engineering) เพราะความสัมพันธ์เป็นโครงสร้างรูปแบบหนึ่ง ซึ่งในโดเมนนั้นเขานิยาม Integrity ว่า:

ความสามารถในการคงรูปร่างไว้ภายใต้แรงกดดัน

รากฐานของความสามารถนี้ในความสัมพันธ์คือ "ความเชื่อใจ" ซึ่งได้มาจากการทำ 4 อย่างคือ:

  1. คุยกันบ่อย ๆ (Exchange)
  2. พูดความจริง
  3. รักษาสัญญา
  4. เตรียมกระบวนการแก้ไขข้อขัดแย้งไว้ล่วงหน้า

เทียบกับตอนสร้างทีม (Team Launching)

ก่อนหน้านี้ผมเคยแบ่งปัน 5 หัวข้อที่ต้องคุยตอนสร้างทีมไว้ ซึ่งถ้าเอามา Map กับ 3 องค์ประกอบนี้ จะเห็นความเชื่อมโยงที่น่าสนใจครับ:

  1. Focusing on the collective task: คือ Transactional Exchange คุยเรื่องงานเพื่อให้มีเป้าหมายตรงกัน
  2. Aligning interests: เหมือน Relational Exchange คุยเล่นเพื่อให้เห็นว่าเราเหมือนกันตรงไหน
  3. Establishing behavioral ground rules: คือการเตรียมกระบวนการแก้ไขข้อขัดแย้งล่วงหน้าเพื่อสร้าง Integrity ตกลงกันว่าพฤติกรรมแบบไหนที่เราต้องกลับมาคุยกัน
  4. Setting Bold goals, anticipating conflicts, breakthrough and synergy: คือการ Expand เป้าหมายให้ยิ่งใหญ่ เพื่อให้คุ้มค่าที่จะทนกับความแตกต่าง
  5. Honoring individuals and their differences: เป็นกึ่งคุยเล่นเพื่อให้รู้จักตัวตน และแบ่งปันข้อมูลให้เข้าใจธรรมชาติที่ต่างกัน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือความขัดแย้งในอนาคต

เทียบกับ Priming System for Innovation Culture

ตอนผมไปเรียนที่สิงคโปร์ ผมได้เห็น Framework ที่ครบถ้วนมากตัวหนึ่ง ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกันได้ดังนี้:

source: course Priming System for Innovation Culture
  • Ownership: โฟกัส Transactional Exchange เพื่อเป้าหมายที่ตรงกัน
  • Safety: เป็น Relational Exchange สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กล้าพูดความจริง
  • Structure: เตรียมกระบวนการแก้ไขข้อขัดแย้งสำหรับ Integrity
  • Inclusion / Empowerment: สร้าง Integrity โดยตรง แบ่งเป็นระดับความทนทานของบุคคล คู่ กลุ่ม และองค์กร โดยแบ่งเป็น:
    • Self work & Resistance เป็นความทนทานระดับบุคคล
    • Trust & Valency เป็นความทนทานระดับคู่ (2 คน)
    • Polarity & Conflict เป็นคนความทนทานของกลุ่มกับบริบท
    • The covert & Sub-optimisation เป็นความทนทานระดับองค์กร

สรุป

ผมได้ Framework ใหม่ในการสร้างสุดยอดทีมจากหนังสือเล่มนี้ ซึ่งอธิบายได้ง่ายกว่าเดิมมากครับ เหลือเพียง: ต้องคุยกันบ่อย ๆ (ทั้งงานและคุยเล่น), มีเป้าหมายที่ใหญ่พอจนทำคนเดียวไม่ได้, และมีความทนทาน (Integrity) ผ่านการดูแลความเชื่อใจ

แม้ Framework นี้จะตัดความซับซ้อนเรื่องอำนาจของ Leader หรือพลวัตองค์กรออกไปจนทำให้มีข้อจำกัดบ้าง แต่มันก็ทำให้เราใช้งานได้ง่ายขึ้น

ที่ผมเอาเรื่องนี้มาแบ่งปัน เพราะ "ทีม" คือสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ตัวเราที่สุดและมีผลต่อชีวิตการทำงานสูงสุด ผมหวังว่าความรู้นี้จะทำให้คุณเห็นทางเลือกใหม่ นั่นคือการ “สร้าง” ทีมที่ใช่ขึ้นมาด้วยมือตัวเอง เพราะถ้าคุณชำนาญทักษะนี้เมื่อไหร่ ทุกทีมที่คุณอยู่...ก็จะกลายเป็นทีมที่ใช่โดยไม่ต้องออกตามหาอีกต่อไป

เป็นกำลังใจให้นะครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

การสร้างทีม
เคยไหม ที่เรามารวมตัวกับทีมเพื่อทำอะไรสักเรื่องที่ยาก ๆ แล้วพอทำ ๆ ไปก็เริ่มกังวลว่า เอ๊ะ นี่ทุกคนยังอยากทำสิ่งนี้อยู่ไหมนะ ทุกคนในทีมเต็มใจทำมันหรือเปล่า ความลังเลตรงนี้มักจะทำให้เราไม่กล้าใส่แรงสุดกับงานนั้น แล้วเริ่มแบ่งกำลั
สกรัมมาสเตอร์ observe ผู้คน
ครั้งที่แล้วผมแบ่งปันไปว่าสิ่งหนึ่งที่ผมตอนเป็นสกรัมมาสเตอร์มองหาคือ polarity หรือขั้วตรงข้าม ซึ่งคู่แรกที่ผมแบ่งปันไปคือ ระเบียบ (control) และความสร้างสรรค์ (creative) วันนี้ผมตะมาแบ่งปันอีกรูปแบบหนึ่งของ 2 ขั้วนี้ที่เรียกว่า survive (อยู่รอดปลอดภั
โอบกอดขั้วตรงข้าม
สัญลักษณ์ที่เป็นที่นิยมสำหรับเต๋าคือสัญลักษณ์หยินหยาง เพราะในความมืดมีความสว่าง และในความสว่างก็มีความมืด ทำให้นึกถึงช่วงต้นของเต๋าบทที่สอง Under heaven all can see beauty as beauty only because there is ugliness. All can know good as

Read more

เริ่มต้นกับ Functional Programming

เริ่มต้นกับ Functional Programming

ก่อนหน้านี้ผมเจอโพสต์หนึ่งถามว่า สำหรับคนที่เคยใช้แต่ OOP จะเริ่มต้นกับ Functional Programming ควรเริ่มยังไงดี ผมชอบคำตอบที่ตัวเองตอบไป เลยอยากเอามาจดเก็บไว้ ฝันร้ายของโปรแกรมเมอร์ ก่อนจะเข้าไปใน programming แต่ละ paradigm ผมอยากเริ่มต้นที่ปัญหาก่อน หนึ่งในปัญหาที่หลอกหลอนโปรแกรมเมอร์มากที่สุด คื

By Chokchai Phatharamalai
Values ของ Framework ต่าง ๆ

Values ของ Framework ต่าง ๆ

ผมหาคุณค่า (Values) ของผมเจอจากการสังเกตความต้องการที่มักจะมาหาผมบ่อย ๆ ทั้งตอนที่มันได้รับการตอบสนองและทำให้ผมรู้สึกดีมาก ๆ รวมถึงตอนที่มันไม่ได้รับการตอบสนองและทำให้ผมปั่นป่วนมาก ๆ พอความต้องการไหนมาเคาะประตูใจผมบ่อย ๆ ผมก็เริ่มพิจารณาว่าความต้องการนี้แหละที่เป็น Value หนึ่งสำหรั

By Chokchai Phatharamalai
Accepted Responsibility

Accepted Responsibility

ช่วงนี้ผมกำลังอ่านหนังสือ Extreme Programming Explained ของ Kent Beck แล้วก็ได้เจอหัวข้อหนึ่งที่กระทบใจ คือ principle ที่เรียกว่า Accepted Responsibility Principle คืออะไร? ในหนังสืออธิบายว่า Principle คือหลักการที่ทำให้ Values ของ XP กลายเป็น Practices ได้

By Chokchai Phatharamalai
The Five Ideals

The Five Ideals

จากหนังสือ The Unicorn Project ในนั้นจะมีที่ปรึกษาเก่ง ๆ คนหนึ่งชื่อ Erik เป็นเหมือนเซ็นเซหาตัวยาก เดี๋ยวก็มา เดี๋ยวก็ไป ถ้าโชคดีก็จะเจอเค้าว่าง แล้วเค้าก็จะสอนอะไรที่สำคัญ ๆ แต่ฟังดูล้ำ ๆ และลึกซึ้ง

By Chokchai Phatharamalai