Distributed Decision Making

Distributed Decision Making

ในองค์กรใหญ่ ๆ อะไร ๆ ก็ช้าลงไปหมด และสิ่งที่ช้าที่สุดคือการตัดสินใจนี่แหละครับ การตัดสินใจกระจายอยู่ในทุก ๆ อณูขององค์กร องค์กรที่มีบรรยากาศสบาย ๆ ทุกคนรู้สึกปลอดภัย ใคร ๆ ก็จะกล้าตัดสินใจและกล้าออกความเห็น แต่พอองค์กรใหญ่ขึ้น ก็จะมีคนที่แตกต่าง การตัดสินใจเพื่อให้ได้คุณค่าสักอย่าง ก็เริ่มมีคนเห็นต่างเพราะต่างฝ่ายต่างยึดมั่นในคุณค่าที่ต่างกัน แล้วเราก็เริ่มถกเถียงกัน

ในอุดมคติเราอยากมีเวลาถกเถียงกันจนกว่าจะเห็นพ้องต้องกัน เพื่อหาทางโอบอุ้มคุณค่าทั้งสองด้าน เช่น อยากได้ความคล่องตัว แต่ก็อยากได้ความปลอดภัยด้วย แล้วต้องตัดสินใจอย่างไร?

แต่พอมีเรื่องเวลาบีบเข้ามา มีงบประมาณที่จำกัด ความขาดแคลนจะทำให้ทุกอย่างร้อนขึ้น บางครั้งการถกเถียงอาจจะมีข้อความที่ทำร้ายจิตใจ บางครั้งก็โดนหัวหน้า Override ทำให้พนักงานไม่อยากและไม่กล้าตัดสินใจ จนเกิด Red Tape (กฎระเบียบหยุมหยิมที่เหมือนเขตหวงห้ามว่าตรงนี้ห้ามเข้า) เต็มไปหมด สุดท้ายการตัดสินใจก็จะเริ่มถูกส่งขึ้นไปยังหัวหน้าที่ Power Rank สูงขึ้น เพื่อให้หัวหน้าเป็นคนตัดสินใจ เพราะเชื่อว่าหัวหน้ามีข้อมูลครบและรับผิดชอบได้ ภาพรวมขององค์กรก็จะตัดสินใจช้าลง ๆ เพราะไปคอขวดอยู่ที่คนข้างบนหมด ซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า การตัดสินใจไม่ทัน ก็คือการเลือกไม่ทำอะไรเลยโดยปริยาย และมันก็มีข้อเสียของมันเหมือนกัน

ตอนผมไป Leadership Conference ที่ Berkeley ผมได้เรียนรู้วิธีที่ 2 องค์กรระดับโลกใช้กระจายการตัดสินใจออกไป เพื่อไม่ให้การตัดสินใจไปกระจุกอยู่กับหัวหน้า และทั้ง 2 องค์กรนี้ใช้สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ "ตัดสินใจผ่านการเขียน"

Netflix

Netflix มีคอนเซปต์ (Concept) เรื่อง Informed Captain ซึ่งเป็นบทบาท (Role) ของการตัดสินใจ ใครจะเป็นก็ได้ ขอแคิต้องทำตาม 5 ขั้นตอนด้านล่างนี้ครับ

  1. เก็บเกี่ยวความเห็นต่าง (Farming for Dissent): คือการไปถามคนที่น่าจะคัดค้านไอเดียนี้ ไปฟังดูว่าเขากังวลเรื่องอะไรบ้างในทุก ๆ ระดับ (Level) ขององค์กร และต้องพิมพ์ความเห็นต่างเหล่านั้นแนบไปกับไอเดียอย่างโปร่งใส ห้ามปิดบัง
  2. ทดสอบ [ทางเลือก] (Socializing and Testing): สำหรับไอเดียที่มีความเสี่ยงสูง กัปตันจะลองทำในสเกล (Scale) เล็ก ๆ ก่อน แล้วเขียน Open Memos ให้ทุกคนเข้ามาออกความเห็น
  3. ตัดสินใจ (Making the Call): กัปตันตัดสินใจจากข้อมูลที่มีเพียงลำพัง กัปตันเป็นคนรับผิดชอบผลการตัดสินใจนั้น โดยไม่ต้องขออนุมัติจากใครอีก
  4. Disagree and Commit: ถ้ากัปตันตัดสินใจแล้ว ทุกคน (รวมถึงคนที่เคยแชร์ความกังวลก่อนหน้านี้) จะต้องสนับสนุนการตัดสินใจของกัปตัน และช่วยกันทำมันออกมาให้ดีที่สุด
  5. เก็บเกี่ยวการเรียนรู้ (Sunshine the Outcome): หลังจากผลลัพธ์ออกมาแล้ว กัปตันจะแบ่งปันว่าผลลัพธ์อะไรที่ดีเพื่อเฉลองร่วมกัน และอะไรที่ได้เรียนรู้ เพื่อที่ทั้งองค์กรจะได้ไม่พลาดซ้ำในจุดเดิม

Lyft

ที่ Lyft จะใช้การเขียน 1-Pager (เอกสารสรุปในหน้าเดียว) ขึ้นมาสำหรับการตัดสินใจ แล้วค่อยนัดประชุม การถกเถียงหรือความกังวลต่าง ๆ จะถูกสื่อสารและโต้ตอบกันผ่านตัวหนังสือล่วงหน้า เพื่อให้เมื่อถึงเวลาประชุม ทุกคนจะได้รวบรวมข้อมูล (Gather Data) และตกผลึกไอเดีย (Generate Insights) เรียกว่าเตรียมตัวไปเรียบร้อยแล้ว และใช้เวลาในห้องประชุมสำหรับการ "ตัดสินใจ" เท่านั้น

ถ้าในการเขียนคุยกันนั้นทุกคนเห็นพ้องต้องกันอยู่แล้ว ก็สามารถแคนเซิล (Cancel) การประชุม แล้ว Move-on ไปทำงานต่อได้เลยครับ

ที่ผมเลือกเอาเรื่องนี้มาแบ่งปันเพราะ การตัดสินใจก็เหมือนการหายใจ เป็นสิ่งที่ต้องทำทุกวัน หนีไม่พ้น และต้องทำซ้ำ ๆ บางครั้งก็ง่าย บางครั้งก็ยาก และในตอนที่ยาก ๆ เราก็อยากได้เวลาในการคิดนาน ๆ แต่ยิ่งนานก็ยิ่งอึดอัด เวลาก็บีบเข้ามา การจะครองสติไว้ก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ ถ้าเรามีเทคนิคการตัดสินใจที่หลากหลาย มันอาจจะเป็นทางเลือกให้เราหลีกเลี่ยงสถานการณ์ยาก ๆ โดยไม่เดินเข้าไปตั้งแต่แรกก็ได้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ

Read more

Risk Management: The Hard Test

Risk Management: The Hard Test

ท้ายหนังสือ Slack: Getting Past Burnout, Busywork, and the Myth of Total Efficiency ของ Tom DeMarco ได้ให้เทคนิคใหม่ในการจัดการความเสี่ยงกับผม ทอมสอนว่าในการทำงานยุคปัจจุบัน งานมีความเสี่ยงกระจายอยู่เต็มไปหมด ซึ่งในความเสี่ยงนั้น เรามีโอกาสโชคดีและมีโอกาสโชคร้าย การจัดการความเสี่ยงเป็นสิ

By Chokchai Phatharamalai
วิธีปรับเวลาการนอน

วิธีปรับเวลาการนอน

ผมเดินทางกลับมาจาก Conference ของ Berkeley ที่ซานฟรานซิสโก เครื่องลงที่สนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 22:30 น. กว่าจะถึงบ้านก็เกือบเที่ยงคืน ยังดีที่ขากลับไม่เหนื่อยเท่าขาไป เพราะลองซื้อหมอนรองคอจาก Duty Free ที่ซานฟรานซิสโกมาใช้ดู หมอนเป็นลายการ์ตูน มีรูปสะพาน

By Chokchai Phatharamalai
เร็วแค่ไหนก็ไร้ค่า ถ้าไปผิดทาง

เร็วแค่ไหนก็ไร้ค่า ถ้าไปผิดทาง

อีกบทเรียนที่ผมได้จากหนังสือ Slack: Getting Past Burnout, Busywork, and the Myth of Total Efficiency ของ Tom DeMarco คือ ทำไมองค์กรใหญ่ ๆ ถึงยึดมั่นกับ Efficiency กันนัก Efficiency คืออะไร? Efficiency แปลว่า "ประสิทธิภาพ" ยกตัวอย่างเช่น

By Chokchai Phatharamalai
กฎของจั๊วะ

กฎของจั๊วะ

ปีนี้ที่อายุ 44 ผม Reflect ตัวเอง และพบว่าหลักการใช้ชีวิตของผมได้มาจากหนังสือ The Seven Habits of Highly Effective People เยอะมาก ใน Habit ทั้ง 7 นี้จะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ผมไปศึกษามา แล้วค่อย ๆ เติมเข้าไปเพื่อทำให้ Habit นั

By Chokchai Phatharamalai