Pain Cave, Trauma และจิตวิทยาของนักกีฬา Endurance

Pain Cave, Trauma และจิตวิทยาของนักกีฬา Endurance

ทำไมนักกีฬา endurance จำนวนมากจึงคุ้นเคยกับ “ความทุกข์”

มีช่วงเวลาหนึ่งในการแข่งขัน endurance ที่นักกีฬาหลายคนรู้จักดี มันไม่ใช่ช่วงเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยพลัง
ไม่ใช่ช่วงท้ายที่เห็นเส้นชัยอยู่ข้างหน้าแต่มันคือช่วงกลางระหว่างทาง ที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณว่า "พอแล้ว"

กล้ามเนื้อเริ่มแสบ ลมหายใจหนักขึ้น ความคิดในหัวเริ่มถามคำถามเดิม

“เราจะหยุดตรงนี้ดีไหม?” นักกีฬาหลายคนเรียกสถานที่ทางจิตใจนี้ว่า Pain Cave

มันคือสภาวะที่ร่างกายเหนื่อยล้าสุดขีด แต่จิตใจยังคงพยายามพาร่างกายเดินหน้าต่อไป

ในโลกของกีฬา endurance Pain Cave ไม่ใช่แค่เรื่องของสรีรวิทยาแต่มันยังเกี่ยวข้องกับ จิตวิทยา ประสบการณ์ชีวิต และบางครั้ง…บาดแผลในอดีต


Pain Cave ไม่ได้เกิดขึ้นที่กล้ามเนื้อ แต่มันเกิดขึ้นในสมอง

เมื่อร่างกายออกแรงเป็นเวลานาน ระบบประสาทจะเริ่มตรวจจับสัญญาณความเครียด เช่น

  • พลังงานในร่างกายลดลง
  • กล้ามเนื้อเริ่มล้า
  • อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น

ตามแนวคิดของ Central Governor Theory สมองจะทำหน้าที่เป็นตัวควบคุม เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายทำงานเกินขีดจำกัด มันจะเพิ่ม perception of effort หรือความรู้สึกว่าการออกแรงนั้น “หนักขึ้น” พูดง่าย ๆ คือร่างกายอาจยังไปต่อได้ แต่สมองเริ่มบอกว่า ควรหยุด

นี่คือจุดที่นักกีฬาก้าวเข้าสู่ Pain Cave

นักกีฬา Endurance หลายคนคุ้นเคยกับความทุกข์มากกว่าคนทั่วไป

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา นักจิตวิทยาการกีฬาเริ่มสังเกตเห็นสิ่งที่น่าสนใจ นักกีฬา ultra-endurance จำนวนมากมี คะแนน adversity หรือ trauma ในชีวิตสูงกว่าค่าเฉลี่ย

หนึ่งในเครื่องมือที่ใช้วัดคือกรอบการวิจัยที่เรียกว่า Adverse Childhood Experiences (ACE) Study งานวิจัยนี้ศึกษาประสบการณ์ยากลำบากในวัยเด็ก เช่น

  • ความรุนแรงในครอบครัว
  • การถูกละเลยทางอารมณ์
  • ความยากจน
  • การสูญเสียคนสำคัญ

ไม่ได้หมายความว่า trauma จะสร้างนักกีฬาที่เก่งกว่าเสมอไป แต่ประสบการณ์ยากลำบากอาจสร้าง คุณลักษณะบางอย่าง ที่มีประโยชน์ในกีฬา endurance เช่น

  • ความอดทนต่อความไม่สบาย
  • ความสามารถในการอยู่กับความเครียด
  • ความพยายามระยะยาว
  • การไม่ยอมแพ้ง่าย

พูดอีกแบบหนึ่งคือ คนที่เคยผ่านความยากลำบากในชีวิต อาจคุ้นเคยกับการ อยู่กับความทุกข์โดยไม่ต้องหนี ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญมากใน Pain Cave

การวิ่งระยะไกลอาจเป็นพื้นที่ปลอดภัยของจิตใจ

สำหรับบางคน การฝึก endurance ไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย มันคือ การจัดการอารมณ์ การวิ่งยาวหลายชั่วโมง หรือการปั่นจักรยานระยะไกล ทำให้สมองหลั่งสารเคมีหลายชนิด เช่น

  • Endorphins
  • Dopamine
  • Serotonin

สารเหล่านี้ช่วยลดความเครียดและทำให้จิตใจสงบนี่คือเหตุผลที่นักวิ่งจำนวนมากพูดว่า
การวิ่งยาวเหมือน การทำสมาธิขณะเคลื่อนไหว ในช่วงเวลาหลายชั่วโมงบนถนนหรือเส้นทางภูเขา นักกีฬาอยู่กับตัวเองอย่างลึกซึ้ง ไม่มีเสียงรบกวน ไม่มีหน้าจอ มีเพียงจังหวะของลมหายใจและการเคลื่อนไหว

บางครั้ง นี่คือพื้นที่ที่จิตใจได้ ประมวลผลสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในชีวิต

Pain Cave จึงไม่ใช่แค่สถานที่ของความทุกข์

แต่มันอาจเป็นสถานที่ของ การเปลี่ยนแปลง นักกีฬา endurance ระดับโลกอย่าง Eliud Kipchoge มักพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างความเจ็บปวดกับการเติบโตเพราะในการแข่งขันมาราธอน ความเจ็บปวดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่สิ่งที่สำคัญคือ วิธีที่เราตอบสนองต่อมัน นักกีฬาบางคนพยายามต่อสู้กับความเจ็บปวด แต่บางคนเรียนรู้ที่จะ ยอมรับมัน เมื่อหยุดต่อต้าน ความทุกข์มักจะเบาลง

ใน Pain Cave นักกีฬาจะเรียนรู้บทเรียนสำคัญข้อหนึ่ง

ความรู้สึกไม่สบาย ไม่ได้หมายความว่าเราต้องหยุดเสมอไป

แต่ Pain Cave ก็มีด้านมืด

แม้ว่าการฝึก endurance จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งทางจิตใจ แต่บางครั้งมันก็อาจกลายเป็น วิธีหลีกหนีปัญหา นักจิตวิทยาการกีฬาเตือนว่าบางคนอาจใช้การฝึกหนักเกินไปเพื่อ

  • หลบหนีอารมณ์ที่ยากลำบาก
  • กดทับ trauma ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา
  • สร้างคุณค่าให้ตัวเองผ่านผลงาน

ถ้าการฝึกกลายเป็นสิ่งที่ต้องทำตลอดเวลาโดยไม่สามารถหยุดได้ มันอาจนำไปสู่

  • Overtraining
  • Burnout
  • การบาดเจ็บซ้ำ ๆ

ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของนักกีฬา endurance จึงไม่ใช่แค่การทนทุกข์ได้มากขึ้นแต่คือการรู้ว่า เมื่อไหร่ควรเดินหน้าต่อ และเมื่อไหร่ควรหยุด

สิ่งที่ Pain Cave สอนเกี่ยวกับมนุษย์

สุดท้ายแล้ว Pain Cave เป็นมากกว่าช่วงเวลาหนึ่งในการแข่งขันมันสะท้อนบางอย่างเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ เราทุกคนมีช่วงเวลาที่ชีวิตรู้สึกหนักเกินไปมีความเหนื่อย ความสงสัย และความเจ็บปวด

นักกีฬา endurance ไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น พวกเขาเพียงแค่เรียนรู้ผ่านการฝึกซ้อมว่า ความรู้สึกเหล่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นจุดจบ บางครั้งมันเป็นเพียงช่วงหนึ่งของเส้นทาง และถ้าเรายังคงก้าวต่อไปทีละก้าว

เรามักจะพบว่า ขีดจำกัดที่เราคิดว่ามีอยู่จริงอาจอยู่ไกลกว่าที่เราคิด

Read more

Distributed Decision Making

Distributed Decision Making

ในองค์กรใหญ่ ๆ อะไร ๆ ก็ช้าลงไปหมด และสิ่งที่ช้าที่สุดคือการตัดสินใจนี่แหละครับ การตัดสินใจกระจายอยู่ในทุก ๆ อณูขององค์กร องค์กรที่มีบรรยากาศสบาย ๆ ทุกคนรู้สึกปลอดภัย ใคร ๆ ก็จะกล้าตัดสินใจและกล้าออกความเห็น แต่พอองค์กรใหญ่

By Chokchai Phatharamalai
Risk Management: The Hard Test

Risk Management: The Hard Test

ท้ายหนังสือ Slack: Getting Past Burnout, Busywork, and the Myth of Total Efficiency ของ Tom DeMarco ได้ให้เทคนิคใหม่ในการจัดการความเสี่ยงกับผม ทอมสอนว่าในการทำงานยุคปัจจุบัน งานมีความเสี่ยงกระจายอยู่เต็มไปหมด ซึ่งในความเสี่ยงนั้น เรามีโอกาสโชคดีและมีโอกาสโชคร้าย การจัดการความเสี่ยงเป็นสิ

By Chokchai Phatharamalai
วิธีปรับเวลาการนอน

วิธีปรับเวลาการนอน

ผมเดินทางกลับมาจาก Conference ของ Berkeley ที่ซานฟรานซิสโก เครื่องลงที่สนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 22:30 น. กว่าจะถึงบ้านก็เกือบเที่ยงคืน ยังดีที่ขากลับไม่เหนื่อยเท่าขาไป เพราะลองซื้อหมอนรองคอจาก Duty Free ที่ซานฟรานซิสโกมาใช้ดู หมอนเป็นลายการ์ตูน มีรูปสะพาน

By Chokchai Phatharamalai
เร็วแค่ไหนก็ไร้ค่า ถ้าไปผิดทาง

เร็วแค่ไหนก็ไร้ค่า ถ้าไปผิดทาง

อีกบทเรียนที่ผมได้จากหนังสือ Slack: Getting Past Burnout, Busywork, and the Myth of Total Efficiency ของ Tom DeMarco คือ ทำไมองค์กรใหญ่ ๆ ถึงยึดมั่นกับ Efficiency กันนัก Efficiency คืออะไร? Efficiency แปลว่า "ประสิทธิภาพ" ยกตัวอย่างเช่น

By Chokchai Phatharamalai