ขยายกิจการองค์กร

ขยายกิจการองค์กร

อีกบทเรียนที่ผมได้จากหนังสือ Slack: Getting Past Burnout, Busywork, and the Myth of Total Efficiency ของ Tom DeMarco คือมุมมองใหม่สำหรับการเติบโตของบริษัท

ตลอดมา ผมมักจะต่อต้านการแก้ปัญหางานไม่ทันด้วยการเพิ่มคน เพราะการเพิ่มคนเป็นกลยุทธ์ระดับองค์กร แต่งานไม่ทันเป็นปัญหาระดับ Mission การแก้ปัญหาของงาน ๆ หนึ่งด้วยการเพิ่มคน จึงเป็นการสร้างหนี้สะสมไว้ในองค์กร

การที่คนหนึ่งคนเข้ามาเพิ่มในองค์กร ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้ามาคือเงินเดือนของเขาในทุก ๆ เดือนที่จะหักหายไปจากผลกำไร การที่เราเพิ่มคนมา 1 คน นั่นแปลว่าเราต้องมั่นใจว่า หลังจากที่เขาเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจะสามารถสร้างรายได้ได้มากกว่ารายจ่ายที่องค์กรเสียไป ไม่งั้นสิ่งที่รอทุกคนอยู่คือผลกำไรที่ลดลง ซึ่งจะทำให้ความคล่องตัวทางการเงินของบริษัทลดลงตามไปด้วย และถ้ามีเหตุการณ์ที่คนเก่ง ๆ ไม่สามารถเปล่งศักยภาพได้จนคุ้มค่าตัวเกิดขึ้นบ่อย ๆ ทางออกยอดนิยมที่องค์กรมักจะทำเพื่อความอยู่รอดก็คือการ Layoff พนักงาน

แล้วเราขยายกิจการไปทำไม?

ผมเพิ่งจะมีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณพ่อ ซึ่งท่านทำธุรกิจมานาน ในมุมมองเรื่องการขยายกิจการ ผมถามท่านว่า "ถ้าเรามีธุรกิจที่ดีและทำกำไรได้มากอยู่แล้ว เราจะขยายกิจการไปทำไม" คุณพ่อตอบว่า

ก็เพราะมันมีโอกาสไง มันมีลูกค้ารอรับบริการอยู่ แต่เราไม่สามารถให้บริการเพิ่มได้เพราะร้านเราเต็มแล้ว ก็เป็นธรรมดาที่เราจะขยายสาขาที่ 2 เพื่อจะได้มีรายได้มากขึ้น

หลังจากได้ฟังเหตุผลของพ่อแล้ว ผมก็ไม่รู้จะตอบอะไร สิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวคือ ค่าสถานที่ ค่าตกแต่งร้านใหม่ เป็นเงินลงทุนที่ใคร ๆ ก็มองเห็น แต่กระบวนการควบคุมคุณภาพที่เราปลุกปั้นขึ้นมาจนร้านนี้มีชื่อเสียง ต้องเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างเพื่อให้สามารถควบคุมคุณภาพได้ดีทั้งสองสาขา? ชีวิตการทำงานของทุกคนในกิจการ ตั้งแต่พนักงาน ผู้จัดการ ไปจนถึงเจ้าของ จะต้องเปลี่ยนไปอย่างไรเพื่อปรับตัวเข้ากับกระบวนการควบคุมคุณภาพใหม่นี้? สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่ค่อยมีใครเผื่อเอาไว้

ทุกการเติบโต ต้องมีความเปลี่ยนแปลง ทุกการเปลี่ยนแปลง ต้องมีเวลาว่างให้ปรับตัว ทุกเวลาว่าง ต้องใช้งบประมาณ ซึ่งทำให้ผลกำไรลดลง

ถ้าหลังจากปรับตัวแล้ว เราสามารถเข้าสู่สมดุลใหม่ที่ยังรักษาคุณภาพไว้ได้ดีดังเดิม ชื่อเสียงของร้านก็คงจะยิ่งดีขึ้นไปใหญ่ และรายได้ก็คงเพิ่มขึ้นตามที่หวัง แต่อีกตัวแปรที่สำคัญหากคุณพ่อจะได้ผลกำไรมากขึ้นคือ ค่าใช้จ่ายที่ตามมากับความเปลี่ยนแปลงนี้ มันจะต้องน้อยกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นด้วย ไม่งั้นก็ไม่รู้เลยว่าคุณพ่อจะเหนื่อยทำสองร้านไปเพื่ออะไร

ที่ผมเลือกเอาเรื่องนี้มาแบ่งปันเพราะ ค่าเช่าที่ ค่าตกแต่งร้าน เป็นค่าใช้จ่ายเชิงโครงสร้างที่หลายคนมองเห็นได้ง่ายในการขยายกิจการ แต่ "ค่าความเปลี่ยนแปลง" ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการเติบโต กลับเป็นค่าใช้จ่ายที่มองเห็นได้ยาก ส่งผลให้หลายองค์กรไม่ได้วางแผนรับมือกับมันไว้ล่วงหน้า

ถ้าดักแด้ไม่เปลี่ยนแปลง ก็เติบโตเป็นผีเสื้อไม่ได้ องค์กรก็เช่นกันครับ

Read more

เริ่มต้นกับ Functional Programming

เริ่มต้นกับ Functional Programming

ก่อนหน้านี้ผมเจอโพสต์หนึ่งถามว่า สำหรับคนที่เคยใช้แต่ OOP จะเริ่มต้นกับ Functional Programming ควรเริ่มยังไงดี ผมชอบคำตอบที่ตัวเองตอบไป เลยอยากเอามาจดเก็บไว้ ฝันร้ายของโปรแกรมเมอร์ ก่อนจะเข้าไปใน programming แต่ละ paradigm ผมอยากเริ่มต้นที่ปัญหาก่อน หนึ่งในปัญหาที่หลอกหลอนโปรแกรมเมอร์มากที่สุด คื

By Chokchai Phatharamalai
Values ของ Framework ต่าง ๆ

Values ของ Framework ต่าง ๆ

ผมหาคุณค่า (Values) ของผมเจอจากการสังเกตความต้องการที่มักจะมาหาผมบ่อย ๆ ทั้งตอนที่มันได้รับการตอบสนองและทำให้ผมรู้สึกดีมาก ๆ รวมถึงตอนที่มันไม่ได้รับการตอบสนองและทำให้ผมปั่นป่วนมาก ๆ พอความต้องการไหนมาเคาะประตูใจผมบ่อย ๆ ผมก็เริ่มพิจารณาว่าความต้องการนี้แหละที่เป็น Value หนึ่งสำหรั

By Chokchai Phatharamalai
Accepted Responsibility

Accepted Responsibility

ช่วงนี้ผมกำลังอ่านหนังสือ Extreme Programming Explained ของ Kent Beck แล้วก็ได้เจอหัวข้อหนึ่งที่กระทบใจ คือ principle ที่เรียกว่า Accepted Responsibility Principle คืออะไร? ในหนังสืออธิบายว่า Principle คือหลักการที่ทำให้ Values ของ XP กลายเป็น Practices ได้

By Chokchai Phatharamalai
The Five Ideals

The Five Ideals

จากหนังสือ The Unicorn Project ในนั้นจะมีที่ปรึกษาเก่ง ๆ คนหนึ่งชื่อ Erik เป็นเหมือนเซ็นเซหาตัวยาก เดี๋ยวก็มา เดี๋ยวก็ไป ถ้าโชคดีก็จะเจอเค้าว่าง แล้วเค้าก็จะสอนอะไรที่สำคัญ ๆ แต่ฟังดูล้ำ ๆ และลึกซึ้ง

By Chokchai Phatharamalai